มัดจำ เงินจอง เงินประกัน ต่างกันอย่างไร ริบได้จริงไหม

8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

มัดจำ เงินจอง เงินประกัน ต่างกันอย่างไร ริบได้จริงไหม

มัดจำ เงินจอง และเงินประกัน: เส้นแบ่งที่ชี้ว่าเงินก้อนนั้นถูกริบหรือได้คืน

ข้อความว่า ริบทุกกรณี ปรากฏอยู่ในใบจองแทบทุกประเภท ทั้งจองรถ จองบ้าน จองห้องพัก และงานรับเหมาก่อสร้าง คนที่วางเงินไปแล้วดีลไม่สำเร็จมักได้คำตอบเดียวกันว่าเซ็นรับทราบไปแล้วจึงเรียกคืนไม่ได้ ความเข้าใจนี้ถูกเพียงบางส่วน เพราะสิ่งที่ชี้ขาดไม่ใช่คำที่คู่สัญญาใช้เรียกเงินก้อนนั้น แต่คือสภาพทางกฎหมายของเงินก้อนนั้นเอง ซึ่งพิจารณาจากเวลาที่ให้ วัตถุประสงค์ที่ให้ และเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 วางหลักว่า สิ่งที่ให้ไว้เป็นมัดจำเมื่อเข้าทำสัญญา ทำหน้าที่สองประการพร้อมกัน คือเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญาได้ทำกันขึ้นแล้ว และเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญานั้น ส่วนผลของมัดจำอยู่ในมาตรา 378 ซึ่งแยกไว้สามกรณี กรณีแรก เมื่อมีการชำระหนี้ตามสัญญา ให้ส่งคืนหรือจัดเอาเป็นการใช้เงินบางส่วน กรณีที่สอง ให้ริบ หากฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือมีการเลิกสัญญาเพราะความผิดของฝ่ายนั้น กรณีที่สาม ให้ส่งคืน หากฝ่ายที่รับมัดจำเป็นฝ่ายละเลยไม่ชำระหนี้เสียเอง

เงื่อนไขเรื่องเวลาเป็นจุดที่คลาดเคลื่อนกันมากที่สุด มัดจำต้องเป็นสิ่งที่ให้ไว้ในขณะเข้าทำสัญญา เงินที่ชำระภายหลัง ไม่ว่าจะเรียกในใบเสร็จว่าอย่างไร ย่อมมีสภาพเป็นการชำระราคาบางส่วน ไม่ใช่มัดจำ เมื่อสัญญาเลิกกัน คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 เงินส่วนที่ชำระไปแล้วจึงต้องคืน โดยอีกฝ่ายมีสิทธิเรียกค่าเสียหายต่างหากได้หากพิสูจน์ได้ว่ามีความเสียหายจริง ที่พบบ่อยคือคู่สัญญาเขียนใบรับเงินทุกงวดว่าเป็นมัดจำ แล้วเข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่ายว่าริบได้ทั้งหมด ทั้งที่โดยสภาพมีเพียงงวดแรกเท่านั้นที่เข้าลักษณะมัดจำ

เงื่อนไขเรื่องความผิดก็เช่นกัน มาตรา 378 (2) ให้ริบได้เมื่อฝ่ายที่วางมัดจำเป็นฝ่ายผิด ไม่ใช่ริบได้ทุกครั้งที่การซื้อขายไม่สำเร็จ หากคู่สัญญารู้ตั้งแต่ต้นว่าการซื้อต้องอาศัยสินเชื่อ และตกลงกันโดยมีเงื่อนไขว่าสถาบันการเงินต้องอนุมัติ การที่สินเชื่อไม่ผ่านย่อมไม่ใช่การละเลยไม่ชำระหนี้ของผู้ซื้อ ในทำนองเดียวกัน หากสัญญาเลิกเพราะความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หรือเพราะเหตุที่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ กรณีก็ไม่เข้าเงื่อนไขการริบ ส่วนข้อความสำเร็จรูปที่กำหนดให้ริบทุกกรณีโดยผู้บริโภคไม่มีโอกาสต่อรอง อาจถูกตรวจสอบความเป็นธรรมตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

คำถามต่อมาคือเมื่อริบได้แล้ว ศาลลดจำนวนลงได้หรือไม่ หากเงินนั้นเป็นมัดจำโดยแท้ การริบเป็นผลตามมาตรา 378 โดยตรง แต่หากเงินก้อนนั้นไม่เข้าลักษณะมัดจำ และโดยเนื้อหาเป็นข้อตกลงกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้า เงินนั้นย่อมมีสภาพเป็นเบี้ยปรับ ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ให้อำนาจศาลลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้หากสูงเกินส่วน โดยพิจารณาทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน ชื่อที่เขียนไว้ในเอกสารจึงไม่ผูกมัดการวินิจฉัย

เงินประกันเป็นคนละประเภทกับสองอย่างข้างต้น เงินประกันไม่ได้ให้ไว้เพื่อยืนยันการเกิดสัญญา แต่ให้ไว้เพื่อคุ้มความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างใช้ทรัพย์ เมื่อสัญญาสิ้นสุดและไม่มีความเสียหาย ผู้รับต้องคืน จะหักไว้ได้ก็เฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและพิสูจน์ได้ ในกรณีเช่าที่อยู่อาศัย ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561 กำหนดกรอบไว้ชัดสำหรับผู้ให้เช่าที่มีหน่วยให้เช่าตั้งแต่ห้าหน่วยขึ้นไป ทั้งเพดานเงินประกันและกำหนดเวลาคืนเงินหลังสิ้นสุดสัญญา ข้อสัญญาที่ให้ริบเงินประกันทั้งจำนวนโดยไม่ต้องพิสูจน์ความเสียหายจึงขัดกับกรอบดังกล่าว

ในทางปฏิบัติ สิ่งที่ควรทำตั้งแต่ก่อนโอนเงินคือระบุให้ชัดว่าเงินก้อนนั้นเป็นเงินประเภทใด ใช้คำเดียวกันทั้งในใบรับเงินและในข้อความที่คุยกัน ระบุเงื่อนไขคืนและเงื่อนไขริบแยกเป็นข้อ ระบุด้วยว่าหากสินเชื่อไม่ได้รับอนุมัติจะจัดการกันอย่างไร และเก็บหลักฐานการโอนคู่กับข้อความที่ตกลงกันไว้เสมอ เพราะเมื่อเกิดข้อพิพาท ข้อความที่คู่สัญญาคุยกันมักสะท้อนเจตนาได้ดีกว่าแบบฟอร์มที่พิมพ์มาสำเร็จ

หลักที่ควรจำคือกฎหมายไม่ได้ตัดสินจากชื่อที่คู่สัญญาใช้เรียกเงิน แต่ตัดสินจากสิ่งที่ตกลงกันจริงในวันที่ให้เงินนั้น การเขียนให้ชัดตั้งแต่วันแรกจึงมีน้ำหนักกว่าการโต้เถียงกันภายหลังเสมอ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นจริง ควรปรึกษาทนายความเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของท่าน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้