10 จำนวนผู้เข้าชม |
เปิดบริษัทกับหุ้นส่วน สามเรื่องที่ควรตกลงกันตั้งแต่ยังไม่มีปัญหา
เพื่อนสองคนเปิดกิจการด้วยกัน ช่วงแรกไปได้สวย พอธุรกิจโตขึ้นและมีเรื่องใหญ่ให้ตัดสินใจ ความเห็นก็เริ่มไม่ตรงกัน คนหนึ่งอยากขยาย อีกคนอยากค่อย ๆ ไป ถึงตอนนั้นทั้งคู่ถึงนึกได้ว่า ตอนตั้งบริษัทไม่เคยตกลงกันไว้เลยว่าถ้าคิดไม่ตรงกันจะทำอย่างไร
เรื่องแบบนี้พบบ่อยมาก เพราะคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการตั้งบริษัทจบตรงวันที่ได้หนังสือรับรอง
จริง ๆ การจดทะเบียนเป็นขั้นที่ง่ายที่สุด และตอนนี้ยิ่งง่าย เพราะกฎหมายที่แก้เมื่อ พ.ศ. 2565 เปิดให้ตั้งบริษัทด้วยผู้ก่อการแค่สองคน ยื่นไม่กี่วันก็เสร็จ แต่ความง่ายนี่แหละที่ทำให้หลายคนมองข้ามส่วนที่ยากกว่า ซึ่งไม่ได้อยู่ในแบบฟอร์ม แต่โผล่มาตอนมีปัญหา
หนึ่ง บริษัทเหมาะกับกิจการของคุณจริงไหม หลายคนตั้งเพราะเห็นคนอื่นตั้ง ทั้งที่เหตุผลจริงอยู่ที่เรื่องความรับผิด บริษัทจำกัดทำให้เจ้าของรับผิดในหนี้ไม่เกินค่าหุ้นที่ลงไป (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1096) ทรัพย์สินส่วนตัวจึงปลอดภัย แต่เกราะนี้ใช้ได้ก็ต่อเมื่อคุณแยกเงินบริษัทออกจากเงินตัวเองจริง ๆ ที่เจอบ่อยคือเอามาใช้ปนกัน พอมีคดี ศาลก็อาจไม่ยอมให้อ้างความเป็นบริษัทมากันความรับผิด
สอง ใครเซ็นผูกพันบริษัทได้บ้าง กรรมการอยู่ในฐานะคล้ายตัวแทนของบริษัท (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167) เซ็นในอำนาจ บริษัทผูกพัน เซ็นเกินอำนาจ คนเซ็นอาจรับผิดเอง กำหนดให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าใครมีอำนาจแค่ไหน ไม่ใช่พิธีการ กิจการที่ปล่อยหลวม ๆ มักรู้ตัวตอนมีคนเซ็นสัญญาที่ไม่ควรเซ็นไปแล้ว
สาม สัญญาผู้ถือหุ้น เรื่องที่คนมองข้ามที่สุดและเจ็บที่สุด หลายคนคิดว่าข้อบังคับบริษัทพอแล้ว ทั้งที่มันเป็นแบบมาตรฐานที่ไม่ตอบคำถามสำคัญ เช่น ถ้าหุ้นส่วนอยากถอนตัวจะคิดราคาหุ้นอย่างไร ถ้าอีกคนอยากขายหุ้นให้คนนอกที่คุณไม่เห็นด้วยจะทำได้ไหม ถ้าถือคนละครึ่งแล้วขัดกันจนเดินต่อไม่ได้จะออกทางไหน คำถามพวกนี้ตกลงกันง่ายตอนยังเข้ากันได้ แต่แทบตกลงไม่ได้เลยตอนมีปากเสียง สัญญาผู้ถือหุ้นคือการเขียนคำตอบไว้ล่วงหน้า
สิ่งที่ตัดสินว่าบริษัทจะรอดหรือแตกหัก จึงไม่ได้อยู่ในเอกสารที่ยื่นนายทะเบียน แต่อยู่ในเรื่องที่มองไม่เห็นและไม่มีช่องให้กรอก การวางให้ถูกตั้งแต่แรกถูกกว่าตามแก้ทีหลังเสมอ เพราะการป้องกันใช้แค่เวลาคิดกับเอกสารไม่กี่ฉบับ ส่วนการแก้ทีหลังมักต้องแลกด้วยความสัมพันธ์ เงินทุน และบางครั้งทั้งกิจการ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปทางกฎหมาย มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ละกิจการมีรายละเอียดต่างกัน ก่อนตัดสินใจควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงของท่านเป็นการเฉพาะ