4 จำนวนผู้เข้าชม |
ได้รับหมายศาล หมายเรียก ต้องทำอย่างไร ไม่ไปมีผลอย่างไร
การเปิดตู้จดหมายแล้วเจอซองจากศาลหรือสถานีตำรวจเป็นเรื่องที่ทำให้ใจหายได้ หลายคนตกใจจนไม่กล้าเปิด บางคนเลือกเพิกเฉยด้วยความเข้าใจผิดว่า ไม่รับรู้ไว้ก่อน เดี๋ยวก็เงียบไปเอง ทั้งที่ในความเป็นจริง การเพิกเฉยต่อหมายศาลหรือหมายเรียกมักทำให้สถานการณ์แย่ลง
บทความนี้อธิบายว่าหมายแต่ละชนิดคืออะไร ต้องทำอย่างไรเมื่อได้รับ และการไม่ไปตามหมายมีผลอย่างไร ทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญา
หมายมีหลายชนิด อย่าเหมารวม
ในคดีแพ่ง
- หมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ส่งให้จำเลยเมื่อถูกฟ้อง เป็นสัญญาณว่าต้องยื่นคำให้การต่อสู้คดี
- หมายนัด เช่น นัดไกล่เกลี่ย นัดสืบพยาน แจ้งวันเวลาที่ต้องมาศาล
- หมายเรียกพยาน เรียกให้มาเบิกความหรือส่งเอกสาร
- คำบังคับ ออกหลังศาลพิพากษาแล้ว สั่งให้ปฏิบัติตามคำพิพากษา
ในคดีอาญา
- หมายเรียกผู้ต้องหาหรือพยาน ออกโดยพนักงานสอบสวนหรือศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 52 ต้องทำเป็นหนังสือเท่านั้น (มาตรา 53)
- หมายจับ ออกโดยศาลเท่านั้น ให้อำนาจเจ้าหน้าที่จับตัว
- หมายค้น อนุญาตให้ค้นสถานที่
ได้รับหมายในคดีแพ่ง ต้องทำอะไร
เมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง จำเลยต้อง ยื่นคำให้การเป็นหนังสือภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177
หากส่งหมายให้ถึงตัวไม่ได้และศาลสั่งให้ปิดหมายไว้ที่ภูมิลำเนาตามมาตรา 79 การปิดหมายจะมีผลเมื่อพ้น 15 วันนับแต่วันปิด แล้วจำเลยจึงมีเวลายื่นคำให้การอีก 15 วัน รวมประมาณ 30 วัน
หากเพิกเฉยไม่ยื่นคำให้การ ถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การตามมาตรา 197 โจทก์มีสิทธิขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีโดยขาดนัด ซึ่งศาลจะสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว จำเลยเสียโอกาสต่อสู้คดีไปโดยปริยาย
หากไม่มาศาลในวันสืบพยาน โดยไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนคดี ถือว่าขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 200 ศาลพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวได้เช่นกัน
ยังมีทางแก้ แม้พลาดไปแล้ว
- มาศาลและแจ้งในโอกาสแรก ว่าประสงค์จะต่อสู้คดี ตามมาตรา 199 หากศาลเห็นว่าการขาดนัดมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ยื่นคำให้การและดำเนินคดีใหม่ได้ (ต้องยื่นในวันที่มาศาลครั้งแรกเท่านั้น)
- ขอพิจารณาคดีใหม่ หากแพ้คดีโดยขาดนัดไปแล้วและยังไม่ได้อุทธรณ์ ตามมาตรา 199 ตรี และ 199 จัตวา โดยยื่นภายใน 15 วันนับแต่ได้รับคำบังคับ หากมีพฤติการณ์นอกเหนือบังคับได้ให้ยื่นภายใน 15 วันนับแต่พฤติการณ์นั้นสิ้นสุด แต่ห้ามเกิน 6 เดือนนับแต่วันที่มีการยึดทรัพย์หรือบังคับคดี คำร้องต้องระบุ เหตุที่ขาดนัด และ ข้อคัดค้านคำพิพากษาที่แสดงว่าหากพิจารณาใหม่ตนอาจชนะ
ได้รับหมายในคดีอาญา ต้องระวังกว่า
คดีอาญามีผลรุนแรงกว่าคดีแพ่งมาก เมื่อได้รับหมายเรียกผู้ต้องหา ควรไปพบพนักงานสอบสวนตามวันเวลาที่กำหนด หากไปไม่ได้จริง ต้องแจ้งเหตุอันสมควรและขอเลื่อน
หากไม่ไปตามหมายเรียกโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร หรือไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง กฎหมายให้สันนิษฐานว่าจะหลบหนี ซึ่งเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับได้ ตามมาตรา 66 (2) นอกจากนี้คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี ศาลอาจออกหมายจับได้แม้ไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ตามมาตรา 66 (1)
ข้อควรรู้อีกอย่างคือ การส่งหมายเรียกผู้ต้องหาในคดีอาญา จะให้บุคคลอื่นรับแทนไม่ได้ เว้นแต่เป็นสามีภริยา ญาติ หรือผู้ปกครองของผู้รับหมาย ตามมาตรา 55
ข้อแตกต่างสำคัญ ในคดีแพ่ง การไม่มาศาลไม่ทำให้ถูกออกหมายจับ เพียงแต่ทำให้ขาดนัดและแพ้คดีฝ่ายเดียว แต่ในคดีอาญา การเพิกเฉยต่อหมายเรียกอาจนำไปสู่หมายจับได้
ระวังหมายศาลปลอมจากมิจฉาชีพ
ปัจจุบันมีมิจฉาชีพโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลหรือตำรวจ ขู่ว่ามีหมายจับหรือคดีความ แล้วหลอกให้โอนเงินเพื่อ เคลียร์คดี พึงจำไว้ว่าหมายศาลและหมายเรียกที่แท้จริงจะส่งมาเป็นหนังสือ ไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดโทรมาให้โอนเงินเพื่อยกเลิกคดี หากสงสัยให้ติดต่อศาลหรือสถานีตำรวจโดยตรงตามเบอร์ทางการ อย่าโอนเงินและอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์
ตัวอย่าง
นายกิตติได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องคดีบัตรเครดิต แต่ทิ้งไว้เพราะคิดว่าไม่มีเงินจ่ายอยู่แล้วจะไปทำไม ผลคือขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลพิพากษาให้แพ้คดีตามที่โจทก์ฟ้องเต็มจำนวนโดยไม่มีการต่อรอง
หากนายกิตติไปศาลตั้งแต่ต้น เขาอาจต่อสู้เรื่องดอกเบี้ยที่คิดเกิน ขอไกล่เกลี่ยผ่อนชำระ หรือขอให้ศาลลดเบี้ยปรับได้ การเพิกเฉยจึงทำให้เสียสิทธิเหล่านี้ทั้งหมด
ต่อมานายกิตติเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเพราะโจทก์ส่งหมายไปยังที่อยู่เก่าที่เขาย้ายออกแล้ว กรณีเช่นนี้เขาอาจยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ได้ หากพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้จงใจขาดนัด
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2629/2562 เจ้าพนักงานศาลเพียงนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปวางไว้ที่โต๊ะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณชั้นล่างของอาคาร ทั้งที่สำนักงานจำเลยอยู่ชั้น 5 มิใช่การปิดหมายไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลย
แก่น การส่งหมายที่ไม่ถูกต้องตามมาตรา 79 ทำให้กระบวนพิจารณาตั้งแต่นั้นไม่ชอบและไม่มีผล ศาลต้องดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ วิธีการส่งหมายจึงสำคัญ ไม่ใช่เพียงมีการส่งก็พอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3123/2545 คำขอพิจารณาคดีใหม่ที่เพียงบรรยายว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัด และระบุลอย ๆ ว่าหากสู้คดีเชื่อว่ายอดหนี้จะลดลงเพราะโจทก์คิดดอกเบี้ยไม่ชอบ โดยไม่แสดงเหตุโดยละเอียด ไม่ต้องด้วยมาตรา 199 จัตวา
แก่น การขอพิจารณาคดีใหม่ไม่ใช่เรื่องอัตโนมัติ คำร้องต้องระบุข้อคัดค้านคำพิพากษาโดยชัดแจ้งพอที่จะแสดงว่าหากพิจารณาใหม่ตนอาจเป็นฝ่ายชนะ มิฉะนั้นศาลยกคำร้อง
สรุปสิ่งที่ควรทำเมื่อได้รับหมาย
- อย่าเพิกเฉย เปิดอ่านทันที ดูว่าเป็นหมายชนิดใด ของศาลใด คดีอะไร กำหนดวันเวลาเมื่อใด
- จดกำหนดเวลาไว้ให้ชัด โดยเฉพาะ 15 วันสำหรับยื่นคำให้การในคดีแพ่ง
- ปรึกษาทนายความโดยเร็ว เพื่อเตรียมคำให้การหรือเตรียมตัวไปพบพนักงานสอบสวน
- ไปตามนัดทุกครั้ง หากไปไม่ได้ต้องยื่นคำร้องขอเลื่อนพร้อมเหตุผล
- หากไม่ได้รับหมายโดยชอบหรือย้ายที่อยู่ และเพิ่งทราบว่าถูกฟ้อง ให้รีบปรึกษาทนายเรื่องการขอพิจารณาคดีใหม่ภายในกำหนด
- แจ้งเปลี่ยนที่อยู่ ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสมอ เพื่อไม่ให้พลาดการรับหมาย
หมายศาลไม่ใช่คำตัดสินว่าผิด แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เข้าไปชี้แจงและต่อสู้ การไปตามหมายและใช้สิทธิให้ทันเวลา คือเกราะป้องกันตนเองที่ดีที่สุด
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้นเท่านั้น มิใช่ความเห็นทางกฎหมายหรือคำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย กำหนดเวลาและวิธีปฏิบัติอาจต่างกันตามประเภทคดีและข้อเท็จจริง ผู้อ่านควรปรึกษาทนายความเมื่อได้รับหมายศาลหรือหมายเรียก