หมากัดคน แมวข่วน เจ้าของสัตว์ต้องรับผิดเสมอหรือไม่

3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หมากัดคน แมวข่วน เจ้าของสัตว์ต้องรับผิดเสมอหรือไม่

หมากัดคน แมวข่วน เจ้าของสัตว์ต้องรับผิดเสมอหรือไม่
หมาวิ่งออกจากบ้านไปกัดคนเดินผ่าน แมวข่วนเด็กข้างบ้าน หรือสัตว์เลี้ยงวิ่งตัดหน้ารถจนเกิดอุบัติเหตุ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยและมักตามมาด้วยคำถามว่า เจ้าของสัตว์ต้องรับผิดชอบเสมอไปหรือไม่ และผู้ที่เพียงให้อาหารหมาข้างถนนต้องรับผิดด้วยหรือเปล่า

บทความนี้อธิบายหลักความรับผิดของเจ้าของสัตว์ทั้งทางแพ่งและทางอาญา

หลักกฎหมาย เจ้าของสัตว์ถูกสันนิษฐานว่าต้องรับผิด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 วางหลักว่า ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ เจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ฝ่ายที่เสียหาย

จุดสำคัญที่ทำให้มาตรานี้ต่างจากการละเมิดทั่วไปคือ ภาระการพิสูจน์ถูกกลับด้าน โดยทั่วไปตามมาตรา 420 ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ว่าอีกฝ่ายจงใจหรือประมาท แต่ในเรื่องสัตว์ กฎหมายสันนิษฐานว่าเจ้าของต้องรับผิดไว้ก่อน เจ้าของจะหลุดพ้นความรับผิดได้ก็ต่อเมื่อพิสูจน์ได้อย่างใดอย่างหนึ่งว่า

- ตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่นแล้ว หรือ
- ความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดขึ้นอยู่ดี แม้จะได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้นแล้ว

ดังนั้น คำตอบคือ เจ้าของไม่ได้รับผิดเสมอไป แต่โดยหลักถือว่าต้องรับผิดไว้ก่อน และภาระตกที่เจ้าของต้องพิสูจน์ว่าตนใช้ความระมัดระวังพอแล้ว ซึ่งในทางปฏิบัติพิสูจน์ได้ยาก โดยเฉพาะการเลี้ยงแบบปล่อยไม่มีรั้วรอบ

ใครบ้างที่ต้องรับผิด
ผู้ต้องรับผิดตามมาตรา 433 ไม่จำกัดเฉพาะเจ้าของโดยชื่อ แต่รวมถึงเจ้าของโดยพฤตินัย และผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของด้วย เช่น คนรับฝากเลี้ยง

ประเด็นที่ถกเถียงกันมากคือ หมาจรจัดที่มีคนนำอาหารมาให้เป็นประจำ ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า ผู้ที่ให้อาหารและที่อยู่อาศัยแก่สุนัขจรจัดจนมีลักษณะเลี้ยงไว้อย่างเป็นเจ้าของ อาจถือเป็นเจ้าของสัตว์ตามมาตรา 433 และต้องรับผิดในความเสียหายที่สัตว์นั้นก่อขึ้น ผู้ใจบุญที่ให้อาหารหมาข้างถนนจึงควรระวังจุดนี้

นอกจากนี้มาตรา 433 วรรคสอง ยังให้สิทธิผู้ที่ต้องรับผิด ไล่เบี้ย เอาแก่บุคคลที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นที่มาเร้าสัตว์ของตนได้ เช่น หากมีคนแกล้งยั่วให้หมาโมโหจนไปกัดผู้อื่น เจ้าของที่ชดใช้ไปแล้วอาจไล่เบี้ยจากคนยั่วได้

มีความรับผิดทางอาญาด้วย
การปล่อยปละละเลยสัตว์ไม่ได้มีแค่ความรับผิดทางแพ่ง แต่อาจมีโทษอาญาด้วย

- ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 377 ผู้ควบคุมสัตว์ดุหรือสัตว์ร้าย ปล่อยปละละเลยให้สัตว์นั้นเที่ยวไปโดยลำพังในลักษณะที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 23 ห้ามเจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือทำให้สัตว์พ้นจากการดูแลโดยไม่มีเหตุอันสมควร หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท ตามมาตรา 32
- หากเจ้าของ จงใจสั่งหรือปล่อยให้สัตว์ไปทำร้ายผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 ซึ่งมีโทษหนักกว่า เพราะถือว่าใช้สัตว์เป็นเครื่องมือทำร้าย

สำหรับปัญหาหมาจรจัดในพื้นที่สาธารณะ ศาลปกครองสูงสุดเคยวางแนวว่าเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกรมปศุสัตว์ในการจัดการดูแล เพราะสุนัขเป็นสัตว์ควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยโรคพิษสุนัขบ้า

ตัวอย่าง
นางสมหญิงเลี้ยงสุนัขพันธุ์ดุไว้ในบ้านโดยไม่ล่ามและไม่มีรั้วมิดชิด วันหนึ่งสุนัขวิ่งออกไปกัดเด็กที่เดินผ่านหน้าบ้านจนบาดเจ็บ นางสมหญิงถูกสันนิษฐานว่าต้องรับผิดตามมาตรา 433 หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าใช้ความระมัดระวังพอแล้ว ก็ต้องชดใช้ค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายอื่น อีกทั้งอาจมีความผิดอาญาฐานปล่อยปละละเลยสัตว์ดุด้วย

แต่หากปรากฏว่ามีเด็กอีกคนแกล้งเอาไม้แหย่ยั่วสุนัขจนโมโหแล้วหลุดออกไปกัด นางสมหญิงที่ชดใช้ค่าเสียหายไปแล้วอาจใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ผู้ที่ยั่วสัตว์ได้ตามวรรคสอง

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 760/2568 สุนัขเพศเมียที่จำเลยเลี้ยงไว้อย่างเป็นเจ้าของเข้าไปกัดไก่ในเล้าในที่ดินของโจทก์ตาย ถือเป็นความเสียหายที่เกิดเพราะสัตว์ จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของมีภาระต้องพิสูจน์ว่าได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแล้ว จึงจะไม่ต้องรับผิด เมื่อพิสูจน์ไม่ได้จึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่น ยืนยันว่าภาระการพิสูจน์ตกที่เจ้าของสัตว์ และผู้ที่ให้อาหารและที่อยู่แก่สุนัขจนเลี้ยงไว้อย่างเป็นเจ้าของ ถือเป็นเจ้าของสัตว์ตามมาตรา 433

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2510 เจ้าของช้างใช้ให้บุคคลอื่นนำช้างของตนไปรับจ้างลากไม้ เมื่อลูกช้างไปทำอันตรายบุคคลภายนอกเพราะผู้ที่นำช้างไปมิได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควร เจ้าของช้างต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่น การมอบให้ผู้อื่นนำสัตว์ไปใช้งาน ไม่ทำให้เจ้าของหลุดพ้นความรับผิดในความเสียหายที่สัตว์ก่อขึ้น

ข้อแนะนำ
สำหรับเจ้าของสัตว์
- เลี้ยงสัตว์ในบริเวณที่มีรั้วรอบมิดชิด สำหรับสัตว์ดุควรล่ามหรือใส่อุปกรณ์ครอบปากเมื่อพาออกนอกบ้าน
- ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมสัตว์
- หากเกิดเหตุ ควรรีบเจรจาช่วยเหลือค่ารักษาและชดใช้ค่าเสียหายแต่เนิ่น ๆ เพื่อลดข้อพิพาท
พิจารณาทำประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกสำหรับสัตว์เลี้ยง


สำหรับผู้เสียหาย
- เก็บหลักฐานให้ครบ เช่น ภาพบาดแผล ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษา พยานบุคคล และภาพหรือคลิปเหตุการณ์
- เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายอื่น โดยฟ้องคดีแพ่งภายในอายุ- ความละเมิด 1 ปีนับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด ตามมาตรา 448
- หากเป็นกรณีร้ายแรงหรือเจ้าของปฏิเสธความรับผิด อาจแจ้งความดำเนินคดีอาญาควบคู่ไปด้วย

สำหรับผู้ใจบุญที่ให้อาหารสัตว์จรจัด ควรตระหนักว่าการให้อาหารและดูแลอย่างต่อเนื่องจนมีลักษณะเป็นเจ้าของ อาจทำให้ต้องรับผิดหากสัตว์นั้นไปก่อความเสียหาย

การเลี้ยงสัตว์มาพร้อมความรับผิดชอบ การดูแลอย่างระมัดระวังไม่เพียงป้องกันอันตรายต่อผู้อื่น แต่ยังเป็นเกราะป้องกันเจ้าของจากความรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญาด้วย

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายเบื้องต้นเท่านั้น มิใช่ความเห็นทางกฎหมายหรือคำแนะนำสำหรับกรณีเฉพาะราย ผลของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ผู้อ่านควรปรึกษาทนายความหากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นจริง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้