- จดหมายหรือบันทึกข้อความที่ผู้ยืมเขียนยอมรับว่าเป็นหนี้
- เอกสารรับสภาพหนี้
- ข้อความแชตทางไลน์หรือเฟซบุ๊ก ประกอบหลักฐานการโอนเงิน
แล้วถ้ายืมไม่เกิน 2,000 บาทล่ะ?
หากยอดเงินกู้ยืมไม่เกิน 2,000 บาท แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือเลย ก็สามารถฟ้องร้องได้ โดยใช้พยานบุคคลหรือหลักฐานอื่นมาสืบพิสูจน์ต่อศาล
ข้อควรระวังเรื่องดอกเบี้ย
อีกเรื่องที่ต้องรู้คู่กันคือ กฎหมายห้ามเรียกดอกเบี้ยเงินกู้เกินร้อยละ 15 ต่อปี (หรือร้อยละ 1.25 ต่อเดือน) สำหรับการกู้ยืมระหว่างบุคคลทั่วไป หากตกลงดอกเบี้ยเกินอัตรานี้ ดอกเบี้ยจะตกเป็นโมฆะทั้งหมด (แต่เงินต้นยังเรียกคืนได้) และผู้ให้กู้ที่เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรายังอาจมีความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 อีกด้วย
ข้อแนะนำก่อนให้ใครยืมเงิน
ทำหลักฐานเป็นหนังสือทุกครั้ง แม้จะเป็นคนสนิทก็ตาม อาจเป็นสัญญากู้ง่าย ๆ ระบุชื่อผู้กู้ ผู้ให้กู้ จำนวนเงิน วันที่ และกำหนดชำระคืน พร้อมลายมือชื่อผู้กู้
โอนเงินผ่านธนาคาร แทนการให้เงินสด เพื่อให้มีหลักฐานการโอนที่ตรวจสอบได้
เก็บแชตการสนทนาไว้ อย่าลบข้อความที่มีการพูดถึงการยืมเงิน จำนวนเงิน หรือการทวงถาม
อย่าเรียกดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี เพราะนอกจากจะเรียกดอกเบี้ยไม่ได้แล้ว ยังเสี่ยงมีความผิดทางอาญา
การให้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ไม่ได้แปลว่าเงินนั้นสูญเปล่าเสมอไป เพราะข้อความแชตประกอบสลิปโอนเงินก็อาจใช้เป็นหลักฐานได้ แต่ทางที่ดีที่สุดคือทำหลักฐานให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพราะ ความไว้ใจ ใช้ฟ้องศาลไม่ได้ แต่ หลักฐาน ใช้ได้เสมอ
คำพิากษาฎีกาที่ 4306/2565 หลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือตามมาตรา 653 ไม่จำเป็นต้องระบุคำว่า กู้ยืม ตรง ๆ แต่ต้องมีข้อความที่แสดงให้เห็นว่ารับเงินไปและจะใช้คืน หากข้อความแชทเป็นเพียงการพูดคุยทั่วไปที่ไม่แสดงว่าเป็นการกู้ยืมเงิน ถือว่าไม่มีหลักฐานการกู้ยืม ฟ้องบังคับคดีไม่ได้
คำพิากษาฎีกาที่ 6757/2560 ข้อความที่ส่งผ่านเฟซบุ๊กเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ แม้ไม่มีการลงลายมือชื่อ แต่เมื่อปรากฏชื่อผู้ส่งชัดเจน ศาลถือว่าข้อความนั้นมีผลเป็นหนังสือตามกฎหมายแล้ว
คำพิากษาฎีกาที่ 8089/2556 การใส่รหัสส่วนตัวกดเงินจากบัตรกดเงินสด เปรียบได้กับการลงลายมือชื่อ ถือเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ มาตรา 7, 8 และ 9 ผู้ให้กู้จึงมีอำนาจฟ้อง
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทางกฎหมายทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นจริง ควรปรึกษาทนายความเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของท่าน
