ข้อสงวนกรรมสิทธิ์ ขายเชื่ออย่างไรให้ของยังเป็นของเรา

4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ข้อสงวนกรรมสิทธิ์ ขายเชื่ออย่างไรให้ของยังเป็นของเรา

ข้อสงวนกรรมสิทธิ์ในการซื้อขาย: เครื่องมือคุ้มครองผู้ขายเมื่อขายสินค้าเป็นเครดิต

การขายสินค้าให้คู่ค้าเป็นเครดิตเป็นเรื่องปกติของการค้า ผู้ขายส่งของไปก่อนแล้วเก็บเงินทีหลังตามรอบที่ตกลงกัน แต่ความเสี่ยงที่มากับการขายเชื่อคือ วันหนึ่งลูกค้าอาจไม่จ่าย ปิดกิจการ หรือหายไป เมื่อถึงตอนนั้นสินค้าก็ส่งไปแล้ว เงินก็ยังไม่ได้ และสิ่งที่ผู้ขายเหลืออยู่มักเป็นเพียงสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ที่ต้องไปฟ้องเรียกเงินกันต่อ ซึ่งถ้าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินอะไรเหลือ การชนะคดีก็แทบไม่มีความหมาย

ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากหลักเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ที่หลายคนไม่ทันคิด โดยปกติกรรมสิทธิ์ในสินค้าที่ซื้อขายกันจะโอนไปเป็นของผู้ซื้อตั้งแต่ตอนที่ตกลงทำสัญญาซื้อขายกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458 นั่นแปลว่าเมื่อคุณส่งของให้ลูกค้า แม้ลูกค้าจะยังไม่จ่ายเงิน สินค้านั้นก็กลายเป็นของลูกค้าไปแล้วในทางกฎหมาย คุณจึงเหลือเพียงสิทธิเรียกเงิน ไม่ใช่สิทธิในตัวสินค้าอีกต่อไป

ทางแก้ที่ผู้ประกอบการจำนวนมากมองข้ามคือการใส่ ข้อสงวนกรรมสิทธิ์ ไว้ในสัญญาหรือเอกสารการซื้อขาย คือการตกลงกันไว้ว่ากรรมสิทธิ์ในสินค้าจะยังไม่โอนไปเป็นของผู้ซื้อจนกว่าผู้ซื้อจะชำระราคาครบถ้วน ข้อตกลงแบบนี้อาศัยหลักการซื้อขายโดยมีเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459 ซึ่งวางไว้ว่า ถ้าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไขบังคับไว้ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังไม่โอนไปจนกว่าเงื่อนไขนั้นจะสำเร็จ เมื่อเงื่อนไขคือการชำระเงินครบ กรรมสิทธิ์จึงยังอยู่กับผู้ขายจนกว่าจะได้รับเงินครบจำนวน

ผลของข้อนี้ต่างจากการเป็นเจ้าหนี้ธรรมดาอย่างมาก เพราะถ้าลูกค้าไม่ชำระ สินค้าที่ส่งไปยังคงเป็นของคุณตามกฎหมาย คุณจึงมีสิทธิติดตามเอาสินค้าคืนได้ ไม่ใช่ได้เพียงสิทธิที่จะฟ้องเรียกเงินแล้วรอลุ้นว่าลูกหนี้จะมีเงินจ่ายหรือไม่ ในหลายกรณีลำพังการมีข้อนี้อยู่ในสัญญาก็เปลี่ยนอำนาจต่อรองไปทั้งหมด

แต่มีข้อจำกัดที่ต้องเข้าใจ ข้อสงวนกรรมสิทธิ์คุ้มครองความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับผู้ซื้อโดยตรง ทว่าหากผู้ซื้อนำสินค้าไปขายต่อให้บุคคลภายนอกที่รับซื้อไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน เช่น ซื้อจากร้านค้าที่ขายของชนิดนั้นตามปกติ คุณอาจตามเอาสินค้าคืนจากบุคคลภายนอกนั้นไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 ด้วยเหตุนี้ ข้อสงวนกรรมสิทธิ์จึงได้ผลดีที่สุดกับสินค้าที่ระบุตัวได้ชัดและไม่ได้ถูกนำไปหมุนขายต่อทันที เช่น เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ผู้ซื้อนำไปใช้เอง

สิ่งที่ควรทำจึงไม่ยาก คือเขียนข้อสงวนกรรมสิทธิ์ไว้ให้ชัดในสัญญาซื้อขาย ใบสั่งซื้อ หรือใบส่งของ ระบุว่ากรรมสิทธิ์ในสินค้าจะโอนเมื่อชำระราคาครบถ้วนแล้วเท่านั้น และเก็บเอกสารเหล่านี้ไว้เป็นหลักฐาน ที่พบบ่อยคือผู้ประกอบการขายเชื่อกันด้วยความไว้ใจโดยไม่มีข้อนี้เลย พอลูกค้าเบี้ยวก็เหลือเพียงการเข้าคิวฟ้องเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่ง ทั้งที่การเพิ่มข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดตั้งแต่แรกจะทำให้สถานะของตัวเองต่างออกไปมาก

การขายเชื่อคือการปล่อยทั้งสินค้าและความเสี่ยงออกไปจากมือพร้อมกัน ข้อสงวนกรรมสิทธิ์คือการเก็บกรรมสิทธิ์ในสินค้าไว้เป็นหลักประกันในมือจนกว่าเงินจะเข้าครบ เขียนเพิ่มเพียงไม่กี่บรรทัดในสัญญา แต่เปลี่ยนสถานะของผู้ขายจากเจ้าหนี้ที่ได้แต่รอ ให้กลายเป็นเจ้าของที่ยังมีสิทธิในตัวสินค้าของตน

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปทางกฎหมาย มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ละกิจการมีรายละเอียดต่างกัน ก่อนตัดสินใจควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงของท่านเป็นการเฉพาะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้