ความรับผิดต่อสินค้าไม่ปลอดภัย ภาระของผู้ประกอบการที่ต้องรู้

9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ความรับผิดต่อสินค้าไม่ปลอดภัย ภาระของผู้ประกอบการที่ต้องรู้

ความรับผิดต่อสินค้าไม่ปลอดภัย: ภาระของผู้ประกอบการเมื่อสินค้าก่อความเสียหาย

ธุรกิจที่ผลิตหรือขายสินค้าย่อมมีความเสี่ยงอย่างหนึ่งที่หลีกเลี่ยงยาก คือสินค้าที่ขายไปอาจก่อความเสียหายแก่ผู้ใช้ อาหารที่ทำให้ท้องเสีย เครื่องสำอางที่ทำให้แพ้ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช็อตผู้ใช้ เมื่อเกิดเรื่องขึ้น เจ้าของกิจการหลายคนคิดว่าตราบใดที่ตัวเองไม่ได้จงใจหรือประมาท ก็ไม่น่าต้องรับผิด แต่กฎหมายเรื่องนี้วางมาตรฐานไว้เข้มกว่านั้นมาก

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 กำหนดให้ผู้ประกอบการต้องรับผิดในลักษณะที่เรียกว่าความรับผิดโดยเคร่งครัด หมายความว่าผู้เสียหายเพียงพิสูจน์ว่าตนได้รับความเสียหายจากสินค้า และได้ใช้สินค้านั้นตามวิธีปกติ ก็เพียงพอแล้ว โดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าผู้ประกอบการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างไร ภาระในการพิสูจน์จึงเบากว่าคดีทั่วไปมาก และทำให้ผู้ประกอบการอยู่ในฐานะที่ต้องระมัดระวังสูง

อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้คือผู้ที่ต้องรับผิดไม่ได้มีแค่ผู้ผลิต แต่ยังรวมถึงผู้ว่าจ้างให้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ขายที่ใช้ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าของตนกับสินค้าจนทำให้เข้าใจว่าเป็นผู้ผลิต นั่นแปลว่าผู้ประกอบการรายเล็กที่รับสินค้าของคนอื่นมาติดแบรนด์ตัวเองขาย ก็อยู่ในข่ายต้องรับผิดด้วย ทั้งที่หลายคนเข้าใจว่าตัวเองเป็นเพียงคนขาย ส่วนสินค้าที่ถือว่าไม่ปลอดภัยนั้นครอบคลุมทั้งความบกพร่องจากการผลิต จากการออกแบบ และจากคำเตือนหรือคำแนะนำการใช้ที่ไม่เหมาะสม ฉลากและคำเตือนบนสินค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้

ที่ควรรู้อีกข้อคือข้อตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้าเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดต่อผู้บริโภคในความเสียหายจากสินค้าไม่ปลอดภัยนั้นใช้บังคับไม่ได้ การเขียนป้ายว่าไม่รับผิดชอบความเสียหายใด ๆ จึงไม่ได้ช่วยให้พ้นความรับผิดตามกฎหมายฉบับนี้ ทางป้องกันที่แท้จริงอยู่ที่การควบคุมคุณภาพสินค้า ทำฉลากและคำเตือนให้ครบถ้วน เก็บหลักฐานแหล่งที่มาของสินค้า และพิจารณาทำประกันภัยความรับผิดไว้รองรับ การรู้ว่าตัวเองอยู่ในข่ายที่ต้องรับผิดตั้งแต่ก่อนขาย ย่อมดีกว่ามารู้ในวันที่ถูกเรียกร้องค่าเสียหายแล้ว

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปทางกฎหมาย มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ละกิจการมีรายละเอียดต่างกัน ก่อนตัดสินใจควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงของท่านเป็นการเฉพาะ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้